Tag Archive: มะเร็ง

คนตรวจติดตาม PET เจาะจงความต่างของการแสดงออกของฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็งเต้านม

ดังที่สโมสรโรคมะเร็งอเมริกันโรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งที่มักพบที่สุดในสตรีคนประเทศอเมริกานอกจากโรคมะเร็งผิวหนังรวมทั้งเป็นต้นเหตุชั้นลำดับที่สองของการตายด้วยโรคมะเร็งสำหรับหญิง (ต่อแต่นี้ไปเป็นโรคโรคมะเร็งปอด) ในขณะนี้สหรัฐฯมีคนมีชีวิตรอดจากโรคมะเร็งเต้านมมากยิ่งกว่า 3.1 ล้านคนแล้วก็สตรีอเมริกันได้โอกาสเป็นโรคมะเร็งเต้านม 1 ใน 8 ราย

ในการศึกษาเรียนรู้นี้นักค้นคว้าได้ใช้ฟลูออรีน 18-fluoroestradiol (18F-FES) PET เพื่อประเมินความไม่บ่อยนักของการแสดงออกของ ER ในคนเจ็บโรคมะเร็งเต้านมระยะขยาย 91 คน การดูดซึม 18F-FES ได้รับการวิเคราะห์ใน 1,617 การแพร่ระบาดแล้วก็ในเยื่อธรรมดา

“ผลการค้นคว้าชี้ให้เห็นว่าราวๆปริมาณร้อยละ 50 ของคนไข้มีแผลรังสีเอสโตรเจนหรือ receptor อย่างต่ำหนึ่งตัวเวลาที่เนื้องอกหลักเป็นฮอร์โมนครอสโตเรสในทางบวก” Geke AP Hospers, MD, PhD, ศ.จ.ด้านเนื้องอกวิทยาด้านการแพทย์จากมหาวิทยาลัยโกรนิงเกนกล่าว ในประเทศเนเธอร์แลนด์ “ความต่างของการแสดงออก ER นี้ก็เลยคือเรื่องปกติมากมายรวมทั้งบางทีอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผลของการรักษาโดยใช้”

เจอการแพร่ของกระดูกสูงมากขึ้นเมื่อเทียบกับต่อมน้ำเหลืองรวมทั้งโรคมะเร็งปอด นอกเหนือจากนี้ในการศึกษาวิจัยที่ใหญ่ที่สุดเพื่อวิเคราะห์พื้นข้างหลัง 18F-FES การดูดซึมในเยื่อธรรมดารอบอวัยวะแต่ละการเติบโตพื้นข้างหลังยังพบว่ามีความต่างกันต่ออวัยวะด้วยการดูดซึมสูงสุดในกระดูก

Hospers แสดงให้เห็นว่า “พวกเราสรุปได้ว่าการซับ 18F-FES ในเยื่อรวมทั้งการดูดซึมเยื่อธรรมดาจะแตกต่างกันและก็ได้รับอิทธิพลจากพื้นที่แพร่ไปโดยใช้การพินิจพิจารณาแบบคลัสเตอร์เกี่ยวกับลักษณะการถ่ายรูปรวมทั้งการแพร่ขยายของโรคมะเร็งในระยะแพร่ขยาย โรคมะเร็งได้รับการเจาะจง

คุณชี้แจงถึงจุดสำคัญโดยกล่าวว่า “ER negative negions จะไม่สนองตอบต่อการดูแลและรักษาด้วยต่อมไร้ท่อ แม้กระนั้นอาจมีอาการแทรกอื่นๆใน ER positive ความรู้เรื่องความไม่เสมอภาคนี้ด้วยแนวทาง PET 18F-FES บางทีอาจช่วยสำหรับเพื่อการรักษาโดยใช้ metastasis ในอนาคตเช่น ER รอยแผลแง่ลบบางทีอาจได้รับการดูแลรักษาโดยการฉายรังสีในตอนที่การดูแลและรักษาต่อมไร้ท่อยังคงเดินต่อไปสำหรับเพื่อการกำเนิด ER positive อื่นๆในแบบอย่างที่ต่างกันสามแบบในโรคมะเร็งเต้านมที่เป็นโรคมะเร็งในระยะแพร่ที่เป็นบวกซึ่งพวกเราเจาะจงด้วยการวิเคราะห์ของพวกเราบางทีอาจมีประโยชน์สำหรับในการแบ่งชั้นในอนาคตในการค้นคว้าแทรกแซงรวมทั้งการดูแลและรักษา .”

อัตราการตายของโรคมะเร็งปอดในสตรีที่คาดว่าจะมากขึ้นกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ด้านในปี 2573

ในช่วงเวลาที่งานก่อนหน้าที่ผ่านมาได้เน้นไปที่การคาดคะเนอัตราการตายจากโรคปอดและก็โรคมะเร็งเต้านมของสตรีในประเทศหรือทวีปเดียวการเรียนรู้ปริมาณน้อยได้คาดการณ์แนวโน้มการตายที่เกิดขึ้นมาจากโรคมะเร็งทั้งสองประเภทนี้ในสุดยอดMartínez-Sánchezกล่าว

ในการศึกษาเรียนรู้คราวนี้Martínez-Sánchezรวมทั้งเพื่อนผู้ร่วมการทำงานได้พินิจพิจารณาข้อมูลการตายจากโรคมะเร็งปอดรวมทั้งโรคมะเร็งปอดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) จากปีพ. ศาสตราจารย์ 2551 ถึงปีพ. ศาสตราจารย์ 2557 เพื่อรวมเอาไว้ในการศึกษาค้นคว้าวิจัยในครั้งนี้ประเทศต่างๆจำเป็นต้องรายงานข้อมูลขั้นต่ำสี่ปีระหว่างปี 2551 รวมทั้ง 2014 แล้วก็ควรจะมีพลเมืองมากยิ่งกว่า 1 ล้านคน ห้าสิบสองประเทศทำตามกฏเกณฑ์พวกนี้: 29 จากยุโรป; 14 จากอเมริกา; เจ็ดจากทวีปเอเชีย; รวมทั้งสองจากโอเชียเนีย อัตราการตายจากโรคมะเร็งปอดและก็โรคมะเร็งเต้านมที่ได้รับการยืนยันตามมาตรฐานของสตรีรายงานโดยคำนวณตามปริมาณประชาชน 100,000 คนภายในแต่ละประเทศตาม WHO World Standard Population ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถเทียบประเทศที่มีการกระจัดกระจายอายุได้นาๆประการซึ่งจะช่วยลดอายุของผู้ติดโรค ตัวแปรในอัตราที่คาดคะเนไว้

ทั้งโลกในกลุ่มเพศหญิงอัตราการตายของโรคมะเร็งปอดคาดว่าจะมากขึ้นจาก 11.2 ในปี 2015 เป็น 16.0 ในปี คริสต์ศักราช 2030; อัตราการตายของโรคมะเร็งปอดสูงสุดในปีพ. ศาสตราจารย์ 2573 ที่คาดคะเนไว้ภายในยุโรปแล้วก็โอเชียเนียระหว่างที่อัตราการตายของโรคมะเร็งปอดน้อยที่สุดในปีพ. ศาสตราจารย์ 2573 ในอเมริการวมทั้งทวีปเอเชีย เฉพาะโอเชียเนียที่คาดว่าจะมองเห็นการลดน้อยลงของอัตราการตายของโรคมะเร็งปอดซึ่งคาดว่าจะตกจาก 17.8 ในปี 2015 เป็น 17.6 ใน 2030

Martínez-Sánchezบอกว่า “มีการกำหนดช่วงเวลาที่แตกต่างกันสำหรับการแพร่ระบาดของยาสูบทั่วทั้งโลก” “นี่เป็นด้วยเหตุว่าเป็นที่ยอมรับของสังคมสำหรับหญิงที่ดูดบุหรี่ในประเทศยุโรปรวมทั้งห้วงมหาสมุทรซึ่งรวมอยู่ในการศึกษาวิจัยของพวกเราตรงเวลาหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ที่นิสัยนี้คือเรื่องปกติในอเมริกาและก็ทวีปเอเชียซึ่งสะท้อนถึงเหตุผลที่พวกเรามองเห็นอัตราการตายจากโรคมะเร็งปอดในประเทศพวกนี้”

ทั้งโลกคาดว่าอัตราการตายของโรคมะเร็งเต้านมจะต่ำลงจาก 16.1 ในปี 2015 เป็น 14.7 ในปีพ. ศาสตราจารย์ 2573 อัตราการตายของโรคมะเร็งเต้านมสูงสุดที่คาดเดาเอาไว้ภายในยุโรปโดยมีลัษณะทิศทางต่ำลงโดยรวมขณะที่อัตราการตายด้วยโรคมะเร็งเต้านมน้อยที่สุดที่เดาเอาไว้ในทวีปเอเชีย แนวโน้มโดยรวมมากขึ้น

Martínez-Sánchezชี้แจงว่า “โรคมะเร็งเต้านมมีความเกี่ยวข้องกับเหตุด้านวิถีชีวิตมากมาย “พวกเรามองเห็นการตายของโรคมะเร็งเต้านมในทวีปเอเชียมากเพิ่มขึ้นเนื่องจากว่าวัฒนธรรมนี้ปรับนิสัยให้กับไลฟ์สไตล์แบบตะวันตกซึ่งมักนำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคอ้วนแล้วก็การดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นซึ่งทั้งคู่อย่างงี้สามารถส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งเต้านมในทางตรงกันข้ามพวกเรากำลังมองเห็นการต่ำลง สำหรับในการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านมในยุโรปซึ่งบางทีอาจเกี่ยวโยงกับการรับทราบถึงโรคมะเร็งเต้านมในหมู่ประชาแขนกลุ่มนี้ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมในโครงงานคัดเลือกกรองรวมทั้งการปรับแต่งการดูแลรักษา ”

ประเทศที่มีรายได้สูงมีอัตราการตายที่สูงที่สุดที่คาดคะเนไว้สำหรับอายุของโรคมะเร็งปอดและก็โรคมะเร็งเต้านมในปี พุทธศักราช 2573 อย่างไรก็แล้วแต่ประเทศที่มีรายได้สูงมีลัษณะทิศทางที่จะลดอัตราการตายของโรคมะเร็งเต้านมได้มากขึ้น ยิ่งไปกว่านี้อัตราการตายจากโรคมะเร็งปอดยังเป็นอัตราที่สูงกว่าอัตราการตายด้วยโรคมะเร็งเต้านมเป็นประเทศที่ปรับปรุงแล้วจำนวนมากMartínez-Sánchezกล่าว

Martínez-Sánchezพูดว่า “การค้นคว้าคราวนี้มีความจำเป็นเป็นพิเศษเพราะว่าเป็นหลักฐานสำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านของสุขภาพและก็ผู้กำหนดแผนการสำหรับเพื่อการตกลงใจเลือกยุทธวิธีสุดยอดเพื่อลดผลพวงทางด้านสังคมเศรษฐกิจและก็สุขภาพของโรคมะเร็งปอดในสตรีในอนาคต

ข้อ จำกัด ของการเล่าเรียนรวมทั้งข้อสมมติว่าแนวโน้มปัจจุบันสำหรับการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดแล้วก็โรคมะเร็งเต้านมจะยังคงก้าวเดินต่อไปอีกสองทศวรรษ อย่างไรก็ดีนิสัยบางสิ่งยกตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนจากยาสูบปกติไปเป็นยาสูบอิเล็กทรอนิกส์อาจจะส่งผลให้แนวโน้มการถึงแก่กรรมของโรคมะเร็งปอดมากขึ้นMartínez-Sánchezกล่าว เทคโนโลยีการคัดเลือกกรองในอนาคตและก็การดูแลรักษาบางทีอาจลดอัตราการตายเขาเพิ่ม ยิ่งกว่านั้นเหตุเพราะปริมาณราษฎรที่มีขนาดเล็กแล้วก็การขาดข้อมูลไม่มีประเทศใดจากแอฟริการวมอยู่ในการค้นคว้านี้

การศึกษาเล่าเรียนคราวนี้ได้รับการผลักดันและส่งเสริมจากกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็มหาวิทยาลัยของประเทศคาตาโลเนีย

การอยู่ใกล้กับพื้นที่สีเขียวในเมืองมีความเกี่ยวข้องกับการเสี่ยงที่ลดน้อยลงของโรคมะเร็งเต้านม

การค้นคว้าวิจัยก่อนหน้าที่ผ่านมาได้กำหนดถึงความเกี่ยวเนื่องระหว่างการติดต่อกับพื้นที่สีเขียวรวมทั้งผลดีต่อร่างกายเยอะแยะรวมทั้งสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงขึ้นโดยธรรมดารวมทั้งสุขภาพที่เกี่ยวข้องทางจิตรวมทั้งอายุขัยที่มากขึ้น ในคนชราการติดต่อกับพื้นที่สีเขียวเพิ่งจะถูกเชื่อมโยงกับการต่ำลงของความรู้ความเข้าใจที่ช้าลง ในเด็กการสัมผัสกับความเขียวชอุ่มเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ความเข้าใจสำหรับการจำการกระทำการพัฒนาทางอารมณ์รวมทั้งความเคลื่อนไหวองค์ประกอบที่มีคุณประโยชน์ในสมอง ปัจจุบันนี้มีการเล่าเรียนน้อยมากเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องระหว่างการสัมผัสกับพื้นที่สีเขียวตามธรรมชาติรวมทั้งการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งโดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านมโรคมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในกลุ่มหญิงและก็โรคมะเร็งที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรคมะเร็งเสียชีวิตเยอะที่สุดในกรุ๊ปหญิง การเล่าเรียนฉบับใหม่ซึ่งเผยแพร่ในนิตยสารอนามัยระหว่างชาติด้านสุขลักษณะและก็สภาพแวดล้อมได้จัดการภายใต้แผนการศึกษาเล่าเรียนประเด็นการควบคุมหลายตัวแปรแบบประเทศสเปน (MCC-Spain) ซึ่งได้รับทุนส่งเสริมจาก CIBER จากระบาดวิทยาและก็สาธารณสุข (CIBERESP) คนเขียนได้สะสมรวมทั้งพินิจพิจารณาข้อมูลที่ได้รับมาจาก 1,738 รายที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมรวมทั้ง 1,900 รายที่ไม่มีประวัติความเป็นมาโรคที่อาศัยอยู่ในสิบจังหวัดของประเทศสเปน (Asturias, Barcelona, ​​Cantabria, Girona, Guipuzcoa, Huelva, Leon, Madrid, Navarre and Valencia)

เนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นมาชีวิตที่พักที่อาศัยตลอดจนระดับวิถีชีวิตแล้วก็ระดับของการบริหารร่างกายที่ได้รับในระหว่างการสัมภาษณ์กับผู้เข้าร่วมแต่ละคน เนื้อหาเกี่ยวกับความสนิทสนมกับพื้นที่สีเขียวในเมืองหรือพื้นที่การกสิกรรมระดับมลภาวะที่เกิดขึ้นทางอากาศรวมทั้งความหนาแน่นของจำนวนประชากรได้จากการวางตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของที่พักที่อาศัยของผู้เข้าร่วมแต่ละราย

คนเขียนคนแรกของการศึกษาเล่าเรียนซึ่งเป็นนักค้นคว้าของ Cristiano O’Callaghan-Gordo ของ ISGlobal ชี้แจงว่า “พวกเราเจอการเสี่ยงที่น้อยลงของโรคมะเร็งเต้านมในสตรีที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่สีเขียวในเมืองตรงกันข้ามเพศหญิงที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่การกสิกรรมมีการเสี่ยง ผลจากการวิจัยคราวนี้ทำให้เห็นว่าการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่สีเขียวกับการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมขึ้นกับการใช้ที่ดิน ”

Mark Nieuwenhuijsen คนประสานงานการศึกษาเล่าเรียนแล้วก็ผู้อำนวยการแผนการการวางเป้าหมายเมืองสภาพแวดล้อมและก็สุขภาพของ ISGlobal ชี้แจงว่านักศึกษาค้นคว้าเจอความเกี่ยวเนื่องเชิงเส้นระหว่างระยะทางจากพื้นที่สีเขียวและก็การเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมกล่าวอีกนัยหนึ่งการเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านมใน พลเมืองที่ต่ำลงสนิทสนมกับพื้นที่สีเขียวในเมืองการศึกษาค้นพบนี้ย้ำถึงจุดสำคัญของพื้นที่ธรรมชาติสำหรับสุขภาพของพวกเรารวมทั้งทำให้เห็นว่าเพราะเหตุใดพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนประกอบสำคัญของสิ่งแวดล้อมในเมืองของพวกเรา โครงข่ายการเชื่อมต่อที่เชื่อมโยงเมืองทั่วเมืองแล้วก็ benefitting ทุกคนที่อาศัยอยู่.

“พวกเรายังไม่รู้จักว่ารูปแบบของช่องว่างทางธรรมชาติมีคุณประโยชน์สูงที่สุดหรือเปล่ารวมทั้งพวกเราไม่รู้เรื่องกลไกที่ช่วยเหลือผลพวงต่อร่างกายที่มีคุณประโยชน์กลุ่มนี้” นักค้นคว้าของ Manifest International, Manolis Kogevinas, คนประสานงานโครงงาน MCC-Spain กล่าว “การเล่าเรียนอื่นๆได้ชี้ให้เห็นว่ากลไกที่บางทีอาจชี้แจงถึงคุณประโยชน์ต่อร่างกายของพื้นที่สีเขียว อาทิเช่น การบริหารร่างกายในขั้นสูงขึ้นของสามัญชนและก็การลดมลภาวะทางอากาศอันตรายด้านสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างเห็นได้ชัดอย่างไรก็ดีพวกเรามิได้ดู สโมสรกลุ่มนี้มั่นใจว่ากลไกอื่นๆซึ่งรวมทั้งระดับความเคร่งเครียดในระดับที่ถือว่าต่ำในหมู่คนที่อยู่ใกล้กับพื้นที่สีเขียวอาจมีหน้าที่ แม้กระนั้นควรต้องมีการศึกษาค้นคว้าเสริมเติมเพื่อรับรองข้อสมมตินี้ “เขากล่าวเสริม ผลจากการเล่าเรียนก่อนหน้าที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมโยงระหว่างการเสี่ยงที่สูงขึ้นของโรคมะเร็งเต้านมกับความสนิทสนมกับพื้นที่การกสิกรรมบางทีอาจเกิดขึ้นจากการใช้สารกำจัดศัตรูพืช O’Callaghan-Gordo สรุป: “พวกเรามิได้พินิจพิจารณาระดับการสัมผัสกับสารเคมีเกษตรในการศึกษาเรียนรู้ของพวกเรา แต่ว่าควรที่จะนำมาไตร่ตรองสำหรับเพื่อการศึกษาค้นคว้าในอนาคตเพื่อเข้าใจในเรื่องกลไกที่อยู่ภายใต้กติกาแง่ลบนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”